บอร์ดบีโอไอให้ส่งเสริม 4 โครงการยางคอนติเนนทอล ขยายลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท

09 กุมภาพันธ์ 2560

        บอร์ดบีโอไอพิจารณาให้ส่งเสริมการลงทุนรวม 4 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท
คอนติเนนทอลขยายกำลังผลิยยางเรเดียลพร้อมร่วมมือสถาบันการศึกษาตามนโยบายคลัสเตอร์ ด้านมูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพฯ สร้างหอชมเมืองชูเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

               นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้การส่งเสริมการลงทุนรวม 4 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 25,297 ล้านบาท ประกอบไปด้วย

1. บริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส ( ประเทศไทย ) จำกัด ได้รับการส่งเสริมขยายกิจการผลิตยางเรเดียล (RADIAL TIRE) เงินลงทุนทั้งสิ้น 12,384 ล้านบาท โครงการนี้ช่วยส่งเสริมการใช้วัตถุดิบยางในประเทศ และมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ ตั้งโครงการที่ จังหวัดระยอง

2. บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ได้รับการส่งเสริมขยายกิจการขนส่งทางท่อ เงินลงทุนทั้งสิ้น8,000 ล้านบาท โครงการนี้จะให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อประมาณ 9,000 ล้านลิตรต่อปีเพื่อรองรับการขยายตัวสำหรับการขนส่งน้ำมันทางท่อ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันของประเทศ ซึ่งแนวท่อจะผ่านพื้นที่ 10 จังหวัดจากผ่านกลางไปยังภาคเหนือ

3. บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) จำกัด ได้รับการส่งเสริมขยายกิจการผลิตเชื้อเพลิงจากกากอุตสาหกรรม (Refuse Derived Fuel) เงินลงทุนทั้งสิ้น 312.5 ล้านบาท กำลังการผลิตประมาณ 108,000 ตันต่อปี ตั้งโครงการที่ จังหวัดสระบุรี

4. มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ได้รับการส่งเสริมกิจการศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม (หอชมเมือง) เงินลงทุนทั้งสิ้น 4,600.5 ล้านบาท โครงการนี้ จะเป็นหอชมเมืองความสูงประมาณ 459 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 22,056 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่ราชพัสดุริมแม่น้ำเจ้าพระยามีวัตถุประสงค์ในการรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และจะเป็นถาวรวัตถุซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร

*****************************************

http://www.boi.go.th/upload/content/board_boi_news_2_08022017_14119.pdf