เมื่อ CSR ไม่ใช่แค่การให้ แต่คือการลงทุนที่ยั่งยืน ผ่าน "มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม"
23 เมษายน 2569.jpg)
เมื่อ CSR ไม่ใช่แค่การให้ แต่คือการลงทุนที่ยั่งยืน ผ่าน "มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม"
ปัจจุบัน “CSR หรือ Corporate Social Responsibility” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งใน “กลยุทธ์หลัก” ที่ภาคธุรกิจนำมาใช้ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน หลายภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมโดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
บีโอไอเชื่อมั่นว่าการยกระดับขีดความสามารถให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่นำไปสู่ความมั่นคงของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว จึงส่งเสริมการลงทุนผ่านการให้สิทธิประโยชน์แก่ภาคธุรกิจเมื่อมีการลงทุนทำ CSR ผ่าน "มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม" เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านการลงทุน และขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
เงื่อนไขการขอรับการส่งเสริม
ต้องมีค่าใช้จ่ายสนับสนุนชุมชนและสังคมรวมทั้งโครงการไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท
ต้องมีค่าใช้จ่ายสนับสนุนชุมชนและสังคม ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท/ราย ตามขอบข่ายการสนับสนุนที่บีโอไอกำหนด
ต้องดำเนินการสนับสนุนให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม หรือวันที่อนุมัติให้แก้ไขโครงการ
สนับสนุนอะไรได้บ้าง?
บีโอไอกำหนดขอบข่ายการพัฒนาชุมชนครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่ การเกษตร การบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) การท่องเที่ยวชุมชน การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม รวมถึงการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
โดยผู้ประกอบการสามารถสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นได้ในรูปแบบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ ค่าเครื่องมือทางการแพทย์หรือการศึกษา และค่าฝึกอบรม เป็นต้น
ผู้รับการสนับสนุน
สนับสนุนโดยตรงไปยังองค์กรท้องถิ่นผู้รับการสนับสนุน ได้แก่ สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม กลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษาของรัฐ หรือสถานพยาบาลของรัฐ หรือดำเนินการสนับสนุนผ่านสถาบันวิจัย หรือสถานศึกษาของรัฐด้วย
ผู้ได้รับการส่งเสริมจะได้รับสิทธิประโยชน์แบ่งตามลักษณะของโครงการ ดังนี้
โครงการบีโอไอที่สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นสุดแล้ว หรือโครงการในกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (กลุ่ม B) หรือผู้ไม่เคยได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอมาก่อน
ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปีในวงเงินไม่เกิน 120% ของเงินสนับสนุน กรณีการสนับสนุนด้านสาธารณสุขหรือการศึกษาจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในวงเงินไม่เกิน 50% ของเงินสนับสนุน
โครงการบีโอไอที่สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลยังไม่สิ้นสุด หรือเป็นโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมใหม่
จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ในวงเงินเพิ่มเติมไม่เกิน 120% ของเงินสนับสนุน กรณีการสนับสนุนด้านสาธารณสุขหรือการศึกษาจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในวงเงินเพิ่มเติมไม่เกิน 50% ของเงินสนับสนุน และต้องดำเนินการให้เสร็จ ภายในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันออกบัตรส่งเสริม หรือวันที่อนุมัติให้แก้ไขโครงการ โดยไม่เกินระยะเวลาที่สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลืออยู่
จากเงินลงทุน สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนจากกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย (บีโอไอ) พบว่าในช่วง 3 ปี (2566 – 2568) ที่ผ่านมา มีการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการนี้ไปแล้ว 104 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 2,900 ล้านบาท
และนี่คือตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ร่วมคืนกำไรสู่สังคมผ่านมาตรการของบีโอไอ
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ขับเคลื่อนโครงการ "คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ" สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร (เช่น รถแทรกเตอร์ เครื่องอัดฟาง) พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี KUBOTA Intelligence Solutions (KIS) ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 177 แห่ง ครอบคลุม 35 จังหวัด ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างเห็นผล
กลุ่มบริษัทอินโนเวชั่น ช่วยยกระดับ "ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางเครือข่ายปะเหลียน จ.ตรัง" โดยการจัดสร้างโรงงานบรรจุยางที่ทันสมัย วางระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และสร้างห้องทดสอบคุณภาพมาตรฐานระดับสากล
บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ จำกัด มุ่งเน้นการแก้ปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม โดยสนับสนุนสถานีสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และระบบเติมน้ำใต้ดิน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 20 ตำบล ใน 9 จังหวัด
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ร่วมยกระดับสิ่งแวดล้อมด้วยการสนับสนุนด้านการจัดการป่า เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ได้แก่ การสนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่า การฝึกอบรมบุคลากรด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า การตั้งจุดเฝ้าระวัง การสร้างแนวกันไฟเปียกและฝายชะลอความชุ่มชื้นเพื่อลดปัญหาเชื้อเพลิงในป่า และสนับสนุนให้ลดการเผาในพื้นที่เกษตรรอบแนวเขตป่าชุมชน โดยดำเนินการในเขตวิสาหกิจชุมชน 6 แห่ง ครอบคลุม 10 ป่าชุมชน
บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) เป็นโครงการแรกที่ได้รับการอนุมัติด้านการศึกษา โดยสนับสนุนการจัดตั้งห้องปฏิบัติการซอฟต์แวร์และเครื่องกลไฟฟ้าให้แก่วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร เสนอ “โครงการลดเผา เบาฝุ่น” เพื่อสนับสนุนเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ที่ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ มาใช้ในการบริหารจัดการย่อยตอซังข้าวและฟาง แทนการเผา เพื่อลดผลกระทบด้านปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ให้ชุมชน
#“CSRยุคใหม่ไม่ใช่เพียงการให้ แต่คือการลงทุนเพื่อความยั่งยืน”
ศึกษารายละเอียดมาตรการได้ที่: https://www.boi.go.th/th/grassroot
60 ปี บีโอไอ สร้างรากฐานการลงทุน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
60 Years of BOI: Building Investment Foundations, Powering Sustainable New Economy
"บีโอไอส่งเสริมการลงทุน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ทุกขนาดการลงทุน"
0 2553 8111
head@boi.go.th
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดต่อ


